ไขข้อสงสัย บัตรเครดิต กับ บัตรกดเงินสด ต่างกันอย่างไร : ฉบับคนหัดใช้บัตรเครดิต

32720
ไขข้อสงสัย บัตรเครดิต กับ บัตรกดเงินสด ต่างกันอย่างไร : ฉบับคนหัดใช้บัตรเครดิต

การมี บัตรเครดิต สักใบ หลังจากเริ่มต้นทำงานมาได้สักระยะถือเป็นเรื่องปกติของเด็กจบใหม่ รวมถึงพนักงานประจำที่เริ่มทำงานมาหลายปีแต่ยังไม่เคยมีบัตรเครดิตสักใบ หลายครั้งที่เราคิดจะสมัครบัตรเครดิต แต่ก็ยังคงมีคำถามหลายคำถามในใจ กล้าๆ กลัวๆ กับการเริ่มต้นหัดใช้บัตรเครดิต วันนี้เรามาคลายข้อสงสัย กับคำถามข้อแรก กับทีมงาน เช็คก่อน.คอม กันครับ เราจะช่วยให้เพื่อนๆ คลายความสงสัย และมาเริ่มใช้บัตรเครดิต อย่างเข้าใจ แบบฉบับ เช็คก่อน.คอม กันครับ

คำถามแรกที่เรามักจะได้ยิน เมื่อเดินเข้าไปสอบถามพนักงานธนาคาร หรือลองค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์ ก็คงจะหนีไม่พ้น สมัคร “บัตรเครดิต” หรือ “บัตรกดเงินสด” ดีคะ?

ซึ่งในปัจจุบันบัตรทั้ง 2 ประเภท มีให้เราเลือกสมัครได้อย่างมากมายแทบไม่น้อยหน้ากันเลย จะจริงไม่จริงอย่างไร ไปรู้จักความแตกต่างของบัตรทั้ง 2 ประเภทกันเลยครับ

1. บัตรเครดิต

5 เหตุผล ทำไมควรมีบัตรเครดิตมากกว่า 1 ใบ บัตรเครดิต

บัตรเครดิต คืออะไร?
คือบัตรที่เราได้รับการอนุมัติวงเงินจากธนาคารเจ้าของบัตรเครดิต โดยหลักเกณฑ์ของผู้สมัครบัตรเครดิต จะต้องมีรายได้ประจำ หรือฐานเงินเดือนขั้นต่ำ 15,000 บาท ตามประกาศของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แต่ใช่ว่ามีรายได้ผ่านเกณฑ์จะสามารถได้รับอนุมัติบัตร 100% นะครับ เพราะนอกเหนือจากรายได้ที่ผ่านเกณฑ์แล้ว แต่ละธนาคารยังมีเกณฑ์การพิจารณาที่แตกต่างกันออกไปด้วย เช่น ลักษณะงานที่ทำ, สถานที่ทำงาน, การติดต่อไปยังสถานที่ทำงาน, ภาระหนี้ ณ ปัจจุบัน, ข้อมูลประวัติทางด้านการเงินในเครดิตบูโร และเงื่อนไขอื่นๆ ที่แต่ละธนาคารจะเป็นผู้กำหนดขึ้นมา แต่ถ้าหาก เรามีประวัติการชำระเงินที่ดี มีรายได้ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ก็คงจะได้รับการพิจารณาถือบัตรเครดิตสักใบได้ไม่ยากเกินไปครับ

ซึ่งในปัจจุบันมีธนาคารเปิดให้เราสมัครบัตรเครดิตอยู่มากมาย ขึ้นอยู่กับความสนใจของผู้สมัคร โดยแต่ละธนาคารมักจะมีโปรโมชั่นการสมัครบัตรใหม่แตกต่างกันออกไป ทั้งของแถม สิทธิประโยชน์ของบัตรแต่ละประเภท ทั้งนี้เราควรศึกษาเงื่อนไข สิทธิประโยชน์ และค่าธรรมเนียมต่างๆ ก่อนทำการสมัคร เพื่อให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของเรามากที่สุด ไม่เช่นนั้น การได้รับอนุมัติบัตรเครดิตมาสักใบ อาจไม่ตรงใจเราก็ได้ และจะกลายเป็นถูกเก็บไว้ในกล่อง ไม่ได้หยิบออกมาใช้อีกเลย ซึ่งไม่ต้องกังวลไปครับ เรายังสามารถทำการปิดบัตร/ยกเลิก บัตรเครดิตใบนั้นๆ ได้ หากรู้ตัวว่าไม่ค่อยได้ใช้ หรือไม่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของเรา

แล้วบัตรเครดิต ดีอย่างไร?
บัตรเครดิต คือบัตรสำหรับการใช้จ่ายแทนเงินสดในชีวิตประจำวัน โดยเราไม่ต้องพกเงินสดติดตัวเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้เราสามารถใช้บัตรชำระค่าสินค้าแทนเงินสดได้ ตราบเท่ายอดวงเงินของบัตรใบนั้นๆ ยังคงเหลืออยู่ ซึ่งทุกการใช้จ่าย เราจะได้รับคะแนนสะสม เพื่อใช้ในการร่วมโปรโมชั่นต่างๆ ของบัตรแต่ละใบที่ระบุไว้ได้ หรือจะเป็นการได้รับเงินคืนเข้าบัญชีเงินฝาก แทนการได้แต้ม ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว บัตรเครดิตจะมีอยู่ 2 ประเภท คือ ประเภทสะสมแต้ม (เช่น ใช้จ่าย ทุก 25 บาท = 1 แต้ม ฯลฯ) หรือ ประเภทบัตร Cashback ใช้จ่ายแล้วได้ เงินคืนเข้าบัญชีเงินฝาก (ในปัจจุบัน มักได้รับ อัตราอยู่ที่ประมาณ 0.8% – 1% จากยอดใช้จ่าย ตามเงื่อนไขบัตรแต่ละใบ) นอกจากนี้ ยังสามารถใช้สำหรับการผ่อนสินค้า 0% (เช่น ผ่อนโทรศัพท์ 0% 3 เดือน ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขการผ่อนสินค้า ชนิดนั้นๆ ที่ร่วมรายการกับร้านค้า และธนาคารเจ้าของบัตรเครดิต) ได้อีกด้วย

ตัวอย่าง

บัตรเครดิต TMB So Fast
บัตรเครดิต TMB So Fast ใช้จ่ายผ่านบัตร 10 บาท = คะแนนสะสม 1 คะแนน (ถือว่าเป็นบัตรที่ใช้จ่ายน้อย และได้คะแนนไวครับ)
บัตรเครดิต Citibank Rewards visa mastercard
บัตรเครดิต Citibank Rewards รับแต้มง่ายขึ้น x5 เท่า จากทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ทั้งประเภทบัตร VISA และ Mastercard

ทั้งนี้การใช้บัตรเครดิต ควรคำนึงถึงรายได้ที่เรามี เพื่อให้สามารถชำระค่าใช้จ่ายได้ตามการใช้งานของเรา และไม่เสียดอกเบี้ย โดยปัจจุบันร้านค้าต่างๆ ห้างสรรพสินค้า โรงแรมที่พัก สายการบิน สามารถชำระค่าสินค้าด้วยบัตรเครดิตได้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น และยังสามารถใช้บัตรเครดิต เพื่อรับส่วนลด สะสมแต้ม หรือรับสิทธิประโยชน์จากธนาคารเจ้าของบัตรเครดิตกับร้านค้าที่ร่วมรายการที่เราสนใจใช้บริการได้ ซึ่งถือว่า คุ้มค่า กว่าการชำระค่าสินค้า/บริการ ด้วยเงินสดอีกด้วยครับ

ชำระบิลบัตรเครดิตตรงเวลา เสียค่าดอกเบี้ยหรือไม่?

นอกจากข้อดีของการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตแล้ว หากเราชำระค่าใช้จ่าย(บิล) ตรงเวลา เราก็จะไม่ต้องเสียดอกเบี้ย ค่าปรับล่าช้าแต่อย่างใดครับ แต่หากเมื่อใด ที่เราชำระบิลล่าช้ากว่าวันที่ระบุไว้ในบิลแต่ละเดือน หรือชำระไม่เต็มจำนวนที่เราใช้จ่าย(ชำระขั้นต่ำ) ก็จะมีการเรียกเก็บดอกเบี้ย ในรอบบิลนั้นๆ

บัตรเครดิต สามารถกดเงินสดได้หรือไม่?
ในปัจจุบัน บัตรเครดิตบางใบของบางธนาคาร เป็นบัตรที่สามารถใช้ทั้งรูดซื้อสินค้า และกดเงินสดจากบัตรได้ในใบเดียวกัน และบางธนาคาร บัตรเครดิต จะแยกออกจากบัตรกดเงินสด ทั้งนี้ เราจะต้องศึกษาคู่มือที่ได้มาเมื่อได้รับบัตรเครดิต หรือศึกษาก่อนทำการสมัครบัตรเครดิตครับ

แต่ในกรณีที่ผู้ใช้ต้องการนำบัตรเครดิตไปถอนเงินสด จะมีการคิดค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินแฝงอยู่ด้วยสูงถึง 3% ของยอดเงินที่ทำการเบิก(ยอดการทำรายการกดเงินจากตู้ ATM) และยังจะต้องเสียดอกเบี้ยที่สูงถึง 20% โดยดอกเบี้ยจะถูกคิดตั้งแต่วันที่เบิกเงินสดออกมา(นับตั้งแต่วันที่เรากดเงินจากตู้ ATM) จนถึงวันที่เราชำระยอดกดเงินสดนั้น ในระยะเวลาของรอบบิลในแต่ละเดือน เช่น กดเงินสดจำนวน 10,000 บาท ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการกด 300 บาท หรือคิดเป็น 3% ภายในวันนั้นเลย และยังมีดอกเบี้ยที่ต้องเสียอีกประมาณ 20% ต่อปี ที่เริ่มคิดตั้งแต่วันที่เรากด ซึ่งเป็นดอกเบี้ยที่สูงมาก แต่ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการจ่ายชำระหนี้คืนแก่ธนาคารเจ้าของบัตรด้วยครับ
credit-card-2หากจะใช้บัตรเครดิตให้เกิดประโยชน์ ควรใช้สำหรับการรูดซื้อสินค้า การรับส่วนลด สะสมแต้ม ผ่อนสินค้า 0% การรับโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพียงเท่านั้นจะดีที่สุดครับ เพื่อไม่ให้เกิดดอกเบี้ยที่บานปลาย และควรมีวินัยในการใช้จ่าย และชำระเงินในแต่ละรอบบิลให้ตรงเวลา

2. บัตรกดเงินสด

cash-card

บัตรกดเงินสด คืออะไร?
คือ บัตรที่ใช้สำหรับถอนเงินสดเป็นจำนวนมาก จากตู้ ATM ใดก็ได้ ซึ่งแต่ละธนาคารจะมีเงื่อนไขการคิดค่าธรรมเนียมแตกต่างกันออกไป บางธนาคาร มีการยกเว้นค่าธรรมเนียมการถอนเงินสด 3% ให้ด้วย และโดยส่วนมากวงเงินที่ได้รับอนุมัติจะสูงกว่าวงเงินบัตรเครดิต

แต่จะไม่สามารถนำมารูดใช้จ่ายเหมือนบัตรเครดิตได้ และไม่ควรนำมาใช้จ่ายแทนบัตรเครดิต เพราะอย่างที่กล่าวไปข้างต้น การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต เราจะได้รับแต้มสะสม และส่วนลดต่างๆ ของบัตรแต่ละประเภท ซึ่งการใช้จ่ายผ่านบัตรกดเงินสด เราจะไม่ได้รับสิ่งเหล่านี้ แต่ข้อดีของบัตรกดเงินสดก็ยังมีอยู่ไม่น้อย สมัครง่าย และวงเงินของบัตรที่ได้รับ จะสูงกว่าบัตรเครดิตและให้ระยะเวลาการผ่อนชำระคืน นานกว่าบัตรเครดิต

คนทั่วไปจึงมักใช้บัตรกดเงินสด ไว้เป็นเหมือนวงเงินฉุกเฉินเมื่อมีเหตุต้องใช้เงินในยามจำเป็นเท่านั้น ลักษณะของบัตรกดเงินสดจะเป็นการนำเงินในอนาคตมาใช้ในปัจจุบัน เพราะว่าได้นำเงินสดไปใช้ก่อน แล้วจ่ายคืนในภายหลัง หนี้ประเภทนี้จะมีดอกเบี้ยจ่ายที่แพงที่สุดในบรรดาบัตรที่เราจะได้ยินจากธนาคาร เนื่องจากได้เงินสดมาใช้จ่ายล่วงหน้าโดยไม่มีทรัพย์สินใดค้ำประกัน แต่การพิจารณาอนุมัติบัตร ก็ไม่ต่างกับบัตรเครดิตมากนัก ซึ่งจะมีเกณฑ์การพิจารณาแตกต่างกันออกไปตามเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร หรือบริษัท (non-bank) และยังมีเกณฑ์การกำหนดฐานรายได้ขั้นต่ำที่น้อยกว่าการสมัครบัตรเครดิต แต่อย่าลืมว่าดอกเบี้ยนั้นแพงแสนแพงกว่าบัตรเครดิตมากอยู่

ตัวอย่าง

บัตรเครดิต TMB So Chill
บัตรกดเงินสด TMB So Chill กดเงินสดดอกเบี้ยถูก ฟรีค่าธรรมเนียมการกดเงินสด 3% แถมผ่อนสินค้า 0% 3 เดือนได้ด้วย
บัตรเครดิต First Choice
บัตรเครดิต กรุงศรี First Choice บัตรเดียว 2 วงเงิน วงเงินผ่อนสินค้า และวงเงินกดเงินสด

บัตรกดเงินสด มีค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง?
สำหรับค่าธรรมเนียมของบัตรกดเงินสด ข้อดีอย่างแรกคือ โดยทั่วไปแล้วบัตรกดเงินสดหากไม่ได้ใช้จะไม่มีค่าธรรมเนียมรายปีใดๆ แต่หากใช้ และมียอดค้างชำระจะเสียดอกเบี้ยจ่ายประมาณ 28% ต่อปี (ขึ้นอยู่กับธนาคารผู้ออกบัตร) การคิดดอกเบี้ยจะคิดตั้งแต่วันที่กดเงินออกมาใช้จ่าย และบางธนาคารมีการคิดค่าธรรมเนียมการกดเงินสด 3% ด้วย หรือในปัจจุบันที่เห็นได้ชัด บางธนาคารมีการยกเว้นค่าธรรมเนียมการกดเงินสด 3%

เช่น กดเงินสดวันที่ 4 มิถุนายน 2559 จำนวนเงิน 10,000 บาท ก็จะเริ่มคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน จนถึงวันที่จ่าย เช่น จ่ายคืนวันที่ 19 กรกฎาคม 2559 รวมใช้เงินล่วงหน้า 45 วัน เท่ากับว่าต้องจ่ายดอกเบี้ยจำนวน 345.21 บาท (10,000 บาท คูณ 28% หาร 365 วัน และคูณ 45 วัน) รวมเงินต้น 10,000 บาท เท่ากับต้องจ่ายชำระคืนจำนวน 10,345.21 บาท (10,000 บาท บวก 345.21 บาท)

ดังนั้น หากมีเงินก้อนที่จะชำระคืน ต้องรีบชำระคืนโดยเร็ว มิเช่นนั้นดอกเบี้ยจะทบต้นทบดอกไปเรื่อยๆ นั่นเองอย่างคำที่ว่า “ดอกเบี้ยบัตรกดเงินสด โหดกว่าบัตรเครดิตเห็นๆ” นะครับ

credit-card

สุดท้ายนี้ หากเรากำลังตัดสินใจสมัครบัตรสักใบ ลองเริ่มต้นสมัครเป็นบัตรเครดิตสักใบดูก่อนก็ดีไม่น้อย เพื่อฝึกวินัยในการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต และสร้างประวัติทางการเงินที่ดี ปรากฏในข้อมูลเครดิตบูโร เพราะดอกเบี้ยบัตรเครดิตจะถูกกว่าบัตรกดเงินสด

แต่ในปัจจุบัน หลายคนอาจพบเจอกับเหตุการณ์ ยื่นสมัครบัตรเครดิตและได้รับเชิญให้สมัครบัตรกดเงินสดไปพร้อมๆ กับการสมัครบัตรเครดิตก็ได้ครับ ซึ่งหากเราไม่มีความจำเป็นที่จะใช้ เราสามารถปฏิเสธการสมัครบัตรกดเงินสดได้นะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้น ควรศึกษาข้อมูล และความจำเป็นของตัวเองว่าเหมาะสมกับบัตรประเภทไหน และต้องมั่นใจว่ามีกำลังในการชำระค่าบัตรคืนได้ทุกเดือนครับ – เช็คก่อน.คอม



Checkkorn.com
มี LINE แล้วนะ

ส่งตรงข่าวสาร คัดโปรฯ เด็ด บัตรเครดิตทุกธนาคาร
ถึงมือคุณก่อนใคร ผ่าน Checkkorn LINE Connect
ไม่ต้องเปิดหลายเว็บ ให้เสียเวลา

 Add Friend เล๊ย! ที่ Line ID: @Checkkorn ที่เดียวจบ!
เพิ่มเพื่อน    คลิกที่ปุ่มข้างบนนี้ได้เลยครับ มาเป็นเพื่อนกันเถอะ ^ ^

Comments เป็นกำลังใจให้ทีมงาน