5 เหตุผล ทำไมควรมี บัตรเครดิต มากกว่า 1 ใบ ?

4604
เหตุผล ทำไมควรมีบัตรเครดิตมากกว่า 1 ใบ ?

การใช้ บัตรเครดิต ถือเป็นส่วนหนึ่งในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เพราะทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆ ตัวเรานั้น สามารถใช้บัตรเครดิตชำระได้ด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น ชำระค่าเดินทางรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT), ค่าเดินทางรถไฟฟ้า(BTS) หรือรวมถึงเติมน้ำมันรถยนต์ ปั๊มต่างๆ ทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัด หรือจะชวนกันไปทานข้าวนอกบ้าน, ดูหนังในห้างสรรพสินค้า ซื้อสินค้าเข้าบ้านที่บิ๊กซี, เทสโก โลตัส, ช้อปปิ้งออนไลน์ และอีกมากมายที่เราสามารถใช้บัตรเครดิตชำระค่าสินค้าและบริการตามที่เราต้องการได้

จะเห็นได้ว่า การใช้จ่ายแต่ละแห่ง มักมีโปรโมชั่นร่วมกับบัตรเครดิตแตกต่างกัน ทั้งจากโปรโมชั่นของธนาคารเจ้าของบัตรเอง หรือค่ายบัตรเครดิต ทั้ง VISA, Mastercard และ JCB ทั้ง 3 ค่ายที่มีคนนิยมใช้กันในบรรดาบัตรประเภทอื่นๆ

“ซึ่งถ้าเรามีบัตรเครดิตเพียงใบเดียว” คงจะตอบโจทย์การใช้จ่ายของเราได้แค่จำกัดเท่านั้น หรืออาจ พลาดโปรโมชั่นเด็ดๆ ไปก็ได้ ถึงเวลาที่เราควรเลือกใช้บัตรเครดิต ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของแต่ละท่านกันแล้วล่ะครับ

……แต่ทำไม? เราต้องใช้บัตรเครดิตด้วยล่ะ ทั้งๆ ที่เราก็มีเงินสดเพียงพอ หลายคนคงมีคำถามในใจ และกลัวติดกัปดักใช้เงินเกินตัว ลองอ่านบทความนี้ดูครับ แล้วคุณจะรู้ว่า เก็บเงินสดไว้ในบัญชีให้ได้ดอกเบี้ยก็ดีไม่ใช่น้อย แค่มีวินัยทางการเงิน การใช้บัตรเครดิตก็ไม่ใช้เรื่องน่ากลัวอีกต่อไปครับ

5 เหตุผล ทำไมควรมีบัตรเครดิตมากกว่า 1 ใบ บัตรเครดิต

1. เก็บเงินสดไว้ก่อน

บางครั้ง เงินสดที่เรามีก็ไม่สามารถใช้รับส่วนลดที่ร่วมกับร้านค้าที่เรากำลังใช้บริการอยู่ได้ อาจทำให้เราพลาดโอกาสดีดีในการรับส่วนลดไปได้อย่างน่าเสียดาย เมื่อเทียบกับการชำระค่าสินค้าผ่านบัตรเครดิต เราจะได้รับส่วนลด แต้มสะสม และได้ชำระค่าสินค้าในราคาที่คุ้มค่ากว่าด้วยซ้ำ

แต่ถ้าหากหลายคนกลัว เพียงแค่ลองปรับวิธีการใช้จ่าย ทุกครั้งที่เราใช้บัตรเครดิต เราก็เพียง แยกเก็บเงินสด เท่าจำนวนที่เราใช้จ่ายผ่านบัตรไป อาจเข้าบัญชีออมทรัพย์ แล้วค่อยนำออกมาชำระเมื่อบิลเรียกเก็บมาก็ย่อมทำได้ ซึ่งเป็นอีกวิธี ที่จะทำให้เราได้รับส่วนลดได้อย่างสบายใจ และสิ้นเดือนก็มีเงินเพียงพอที่จะชำระค่าบัตรเครดิตได้แล้วครับ

เพราะทุกครั้งที่เราเลือกชำระค่าสินค้า หรือบริการด้วยบัตรเครดิต เรามักจะได้รับส่วนลด โปรโมชั่น และสิทธิพิเศษอื่นๆ ไปพร้อมๆ กันด้วย ซึ่งการชำระด้วยเงินสดไม่สามารถรับสิทธิประโยชน์เช่นนี้ได้นั่นเอง

ตัวอย่าง การชำระค่าสินค้าที่ร้าน Uniqlo ด้วยบัตรเครดิต JCB (ซึ่งปัจจุบัน มีให้บริการหลายธนาคารครับ เช่น KTC JCB, KTC ROP JCB, Krungsri JCB Platinum,Aeon JCB เป็นต้น)

howmany-credit-hilight1
ตัวอย่างการใช้บัตรเครดิตชำระค่าสินค้าที่ Uniqlo หากเราชำระด้วยเงินสด เราจะไม่ได้รับคูปองส่วนลด สำหรับการกลับมาซื้อในครั้งต่อไป ถึงแม้จำจ่ายด้วยเงินสด ในอัตราที่เท่ากันก็ตาม

ข้อสังเกต
– หากเราใช้จ่ายในอัตราที่เท่ากัน คือ 2,000 บาท แต่ชำระด้วยเงินสด เราจะไม่ได้รับ Gift Voucher มูลค่า 200 บาทในการช้อปสินค้าครั้งนี้ครับ แต่เมื่อเราชำระด้วยบัตรเครดิต JCB เราจะได้รับ Gift Voucher ซึ่งถือว่า คุ้มค่ากว่า การชำระด้วยเงินสดนะครับ (เราเพียงแค่เก็บเงินสดที่ใช้บัตรเครดิต แยกไว้ เพียงเท่านี้ สิ้นเดือนก็ไม่ถือว่าเป็นหนี้แล้วนะครับ)

2. จ่ายด้วยบัตรเครดิต ได้รับแต้ม ได้รับส่วนลด

โดยปกติแล้ว บัตรเครดิตที่เราถือกันอยู่ทั่วไป มักจะมีให้เราเลือกสมัครอยู่ 2 แบบ คือ รับคะแนนสะสม จากทุกยอดใช้จ่าย และ รับเครดิตเงินคืน Cashback จากยอดการใช้จ่าย/ชำระค่าสินค้าผ่านบัตรเครดิต นั่นเอง ซึ่งมักจะได้คะแนนสะสม ตั้งแต่ 10 บาท = 1 คะแนน, 20 บาท = 1 คะแนน, และเรทปกติที่บัตรเครดิตทั่วๆ ไป มอบให้ก็คือ ใช้จ่ายทุกๆ 25 บาท = 1 คะแนน เพื่อนำไปใช้แลกกับการชำระค่าสินค้า หรือใช้บริการของบัตรเครดิตค่ายนั้นๆ ได้ในอนาคตครับ (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเลือกสมัครบัตรของเราครับ ซึ่งแต่ละธนาคารมักแจ้งสิทธิพิเศษนี้ให้เห็นได้อย่างชัดเจน)

สำหรับคนชอบสะสมแต้มจากการใช้จ่าย มักจะเลือกบัตรเครดิตที่ให้คะแนนสะสมได้คุ้มค่าที่สุด ซึ่งจะทำให้เราไม่พลาดกับการรับส่วนลด แถมยังได้สะสมแต้ม เท่ากับที่ใจเราต้องการไปพร้อมๆ กันด้วย

ตัวอย่าง บัตรเครดิต TMB So Fast สะสมคะแนนได้เร็วกว่า ทุก 10 บาท = 1 คะแนน จากทุกยอดใช้จ่าย

howmany-credit-hilight2
บัตรเครดิต TMB So Fast ใช้จ่ายผ่านบัตร 10 บาท = คะแนนสะสม 1 คะแนน (ถือว่าเป็นบัตรที่ใช้จ่ายน้อย และได้คะแนนไวครับ)

ตัวอย่าง บัตรเครดิต Citibank Rewards สำหรับคนชอบสะสมแต้ม ทั้งในประเทศ และต่างประเทศจากทุกยอดใช้จ่าย

howmany-credit-hilight2-1
บัตรเครดิต Citibank Rewards รับแต้มง่ายขึ้น x5 เท่า ทั้ง VISA และ Mastercard

ข้อสังเกต บัตรเครดิต Citibank Rewards
รับคะแนนสะสม 5 เท่า เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรในหมวดร้านอาหาร, ท่องเที่ยว และการใช้จ่ายสกุลเงินต่างประเทศ
รับคะแนนสะสม 7 เท่า ในเดือนเกิด เมื่อใช้จ่ายผ่านหมวดร้านอาหาร, ท่องเที่ยว และการใช้จ่ายสกุลเงินต่างประเทศ

3. ชอบส่วนลด รับเงินคืน (Cashback) สมัครเพิ่มไว้อีกสักใบ

การรับส่วนลด และรับเงินคืนเข้าบัตรเครดิต หรือบัญชีเงินฝาก ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนส่วนใหญ่เลือกใช้บัตรเครดิตในการซื้อสินค้าในชีวิตประจำวัน เพราะทุกครั้งที่ใช้จ่าย จะทำให้สามารถได้รับเงินคืนได้ด้วย เรียกได้ว่า อาจดีกว่าการใช้จ่ายด้วยเงินสดด้วยซ้ำไปครับ เพราะฉะนั้น บัตรประเภทนี้ก็คงเป็นอีกประเภทบัตรที่มีคนเลือกถือบัตรไว้คู่กับบัตรประเภทสะสมแต้ม หรือบัตรประเเภทอื่นๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับความสนใจ และการเลือกสมัครบัตรนะครับ

ตัวอย่าง บัตรเครดิต TMB So Smart สำหรับคนชอบรับเงินคืน เข้าบัญชีฝากประจำดอกเบี้ยสูง 1% จากทุกยอดใช้จ่าย

howmany-credit-hilight3-2
บัตร TMB So Smart ทุกยอดใช้จ่าย รับเงินคืน 1% เข้าบัญชีฝากประจำดอกเบี้ยสูง

ตัวอย่าง บัตรเครดิต KTC Cashback VISA, Mastercard รับเงินคืนเข้าบัญชีง่ายๆ สูงสุด 0.8% จากทุกยอดใช้จ่าย

howmany-credit-hilight3-3
บัตรเครดิต KTC Cashback รับเงินคืนเข้าบัญชี สูงสุด 0.8%
4. ยามฉุกเฉิน กดเงินสดดอกเบี้ยไม่บาน แค่กดจากบัตรให้ถูกประเภท

โดยทั่วไปแล้ว เราต้องแยกให้ออกระหว่าง บัตรเครดิต กับ บัตรกดเงินสด เพราะเมื่อเราจำเป็นต้องใช้เงินสดในยามฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นเจ็บป่วยกระทันหัน หรือเข้าโรงพยาบาล เราควรเลือกกดเงินสดจากบัตรที่มีค่าธรรมเนียม และดอกเบี้ยต่ำที่สุด ซึ่งเรามักจะพบได้กับบัตรกดเงินสด ที่จะอำนวยความสะดวกให้เราได้มากกว่าบัตรเครดิต (ที่สามารถกดเงินสดได้ด้วยในบัตรใบเดียวกัน) ซึ่งทุกการใช้จ่าย ต้องคำนึงถึงภาระ และความสามารถในการชำระเงินในอนาคตด้วยนะครับ

  • การใช้จ่าย ผ่านบัตรเครดิต รูดซื้อสินค้า
    – จะไม่เสียดอกเบี้ยใดๆ เมื่อเราชำระเงินเต็มจำนวน ครบตามการใช้จ่ายที่เรารูดซื้อสินค้าไป
    – หรือผ่อน 0% (x) เดือน ตามเงื่อนไขโปรโมชั่น เราก็จะไม่เสียดอกเบี้ยแต่อย่างใด
  • การกดเงินสด จาก บัตรกดเงินสด/บัตรเครดิต
    – เสียดอกเบี้ย จากการกดเงินสด (ยกเว้นบัตรบางธนาคาร ยกเว้นค่าธรรมเนียมการกดเงินสด)
    – ดอกเบี้ยการกดเงินสด จะคิดรายวัน นับตั้งแต่วันที่เรากดเงินสด ซึ่งต่างจากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต โดยปกติแล้ว ดอกเบี้ยกดเงินสด จะอยู่ที่ 20% ต่อปี
    *ดังนั้น การกดเงินสดจากบัตรกดเงินสด จะคิดค่าธรรมเนียม ตั้งแต่วันแรกที่กดเงินสด ซึ่งต่างจากการใช้จ่ายรูดซื้อสินค้าจากบัตรเครดิต จึงควรคำนึงถึงอัตราดอกเบี้ยให้ถี่ถ้วนก่อนใช้บัตรกดเงินสดครับ

แต่หากเมื่อจำเป็นต้องใช้จ่ายด้วยบัตรกดเงินสด เช่น การใช้เงินยามฉุกเฉินเมื่อเข้าโรงพยาบาล เมื่อหายดีแล้ว เราควรติดต่อธนาคารเพื่อเจรจาสอบถามเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่เราต้องเสีย และระยะเวลาการชำระเงินคืนครับ (หากเราทราบดีว่าเราไม่สามารถชำระเงินได้เต็มจำนวน ในเร็ววันให้รีบติดต่อธนาคารทันทีครับ เพื่อไม่ให้ดอกเบี้ยสะสมเพิ่มขึ้นจนไม่สามารถทำอะไรได้อีกต่อไป)

ตัวอย่าง บัตรกดเงินสด ที่มีคนสนใจสมัคร

howmany-credit-hilight4-2
บัตรกดเงินสด TMB So Chill ดอกเบี้ยถูก ฟรีค่าธรรมเนียมการกดเงินสด 3%
howmany-credit-hilight4-3
บัตรกดเงินสด KTC Proud บัตรสินเชื่อพร้อมใช้ กดเงินสด และสามารถใช้ผ่อนชำระสินค้าได้ในบัตรเดียว
howmany-credit-hilight4-4
บัตรเครดิต กรุงศรี First Choice บัตรเดียว 2 วงเงิน วงเงินผ่อนสินค้า และวงเงินกดเงินสด
5. แล้วเราควรมีบัตรเครดิต กี่ใบถึงจะเรียกว่าพอดี?

ความจริงแล้ว การถือบัตรเครดิต ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล รวมถึงฐานรายได้ และภาระค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน ซึ่งมีผลต่อการพิจารณาการสมัครบัตรเครดิตของเราด้วย ดังนั้น จำนวนการถือบัตรเครดิตของแต่ละบุคคล จึงไม่มีกฎตายตัว ว่าเราควรถือบัตรเพียงแค่ 1 ใบ หรือมากกว่านั้น ถ้าจะหานิยามของคำว่าพอดี ส่วนใหญ่มักจะถือกันอยู่ 1-3 ใบ ก็เพียงพอแล้ว หรือมากกว่านั้นก็ยังมีครับ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าที่สุด ทั้งการสะสมแต้ม ยิ่งเรามีบัตรหลายใบ อาจทำให้สะสมแต้มใช้เวลานาน หรือ หากเราเลือกถือบัตรเครดิตเพื่อรับโปรโมชั่นจากบัตรเครดิตร่วมกับร้านค้าเพียงเท่านั้น การถือบัตรหลายใบ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดครับ

นอกจากนี้ การถือบัตรเครดิตหลายใบ ควรคำนึงถึง
ค่าธรรมเนียมรายปี ของบัตรแต่ละใบ ยิ่งมีหลายใบ และเป็นใบที่มีค่าธรรมเนียมรายปี อาจทำให้เราปวดหัวได้ เมื่อใช้ไม่ถึงยอดที่ทางธนาคารกำหนดครับ ซึ่งเราก็จะเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เพิ่มขึ้น
การติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคาร ในกรณีที่ในอนาคต เราจำเป็นต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารในยามฉุกเฉิน หรือกรณีบัตรเครดิตมีปัญหา หรือสูญหาย หรือต้องการให้ช่วยแก้ไขปัญหานั่งเอง จึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ที่เราควรคำนึง ก่อนตัดสินใจเลือกถือบัตรเครดิตสักใบครับ
สถานที่รับชำระเงิน ซึ่งในปัจจุบัน สามารถรับชำระเงินผ่าน Mobile แอปพลิเคชั่น หรือ Internet Banking ได้แล้ว แต่หากคุณสมัครบัตรเครดิตมาแล้ว แต่ไม่สะดวกไปชำระเงิน หรือ ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพื่อไปชำระบัตรเครดิต หรือ ต้องเสียค่าธรรมเนียมการชำระเงินต่างธนาคาร การถือบัตรเครดิตหลายใบเพื่อรับส่วนลดโปรโมชั่น ก็อาจจะไม่คุ้มค่า กับค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่เราต้องมาเสียเพิ่มครับ

howmany-credit-hilight5เพราะฉะนั้น การมีบัตรเครดิต และใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตนั้น ควรใช้บัตรเครดิตเป็นเพียงเครื่องมือทางการเงิน เพื่อสร้างเครดิตดีให้กับตัวเราเองเท่านั้น เพราะเมื่อใด ที่เราใช้จ่ายเกินตัว และไม่สามารถควบคุมภาระค่าใช้จ่ายได้ จนถึงขั้นไม่สามารถชำระเงินได้ตามบิลเรียกเก็บ ก็จะทำให้เรากลายเป็นคนเครดิตเสีย หรือติด แบล็คลิส ได้ ซึ่งข้อมูลก็จะถูกแสดงในเครดิตบูโร ที่ทุกธนาคารจะใช้เพื่อตรวจสอบเครดิตทางการเงิน ภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้าร่วมกัน และในอนาคตเมื่อเราคิดจะทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ก็จะทำให้การทำธุรกรรมการของเราเงินยากขึ้น หรือไม่สามารถทำได้ และต้องใช้เวลานานถึงหลายปี เพื่อแก้ไขให้ข้อมูลเครดิตทางการเงินของเรากลับมาเป็นเหมือนเดิม เพราะฉะนั้น ควรใช้จ่ายด้วยความระมัดระวังครับ – เช็คก่อน.คอม

สมัครบัตรเครดิตวันนี้ มีของแถมอะไรบ้าง
เรารวบรวมมาไว้ให้ดูกันก่อนแล้ว คลิก!

Comments เป็นกำลังใจให้ทีมงาน